buy Eriacta online | buy Viagra Strong Pack-20 online | buy Viagra Super Active online | buy Clomid online | buy Motilium online | buy Valtrex online | buy cipro online | buy seroquel online | buy sildalist online | buy shuddha online | buy stalevo online | buy betapace online | buy brafix online | buy sporanox online | buy suhagra online | buy hoodia online | buy serevent online | buy crestor online | buy crestor online | buy depakote online | buy tagara online | buy shigru online | buy tenormin online | buy theo24 online | buy bystolic online | buy niaspan online | buy sinequan online | buy valparin online | buy Paxil online | buy Levitra online
#

งบการตลาด…เท่าไหร่ดี!?

ทฤษฎี

[dropcap style=”box”]1กำหนดตามความสามารถขององค์กร: ผู้บริหารจะพิจารณาจากเงินทุนที่มีอยู่ว่าพอจะจัดสรรมาเพื่อการสื่อสารการตลาดได้มากน้อยแค่ไหน วิธีการดังกล่าวมักใช้กับบริษัทขนาดเล็กหรือใช้ในระยะเริ่มต้นทำการสื่อสารการตลาดเพื่อเป็นการทดลอง[/dropcap]
[dropcap style=”box”]2กำหนดตามคู่แข่ง: วิธีนี้ทางบริษัทจะหาข้อมูลงบประมาณการสื่อสารการตลาดของบริษัทในธุรกิจเดียวกันว่าใช้ปีละเท่าไร แล้วนำมากำหนดงบประมาณของบริษัทตน โดยอาจกำหนดให้สูงกว่า ต่ำกว่าหรือเท่ากับคู่แข่งขัน โดยพิจารณาจากส่วนครองตลาดของตนว่าสูงขึ้นหรือต่ำกว่าคู่แข่งแค่ไหน [/dropcap]
[dropcap style=”box”]3กำหนดตามงานที่ต้องทำ: เริ่มจากการกำหนดเป้าหมายของการสื่อสารการตลาดก่อน จากนั้นค่อยกำหนดว่าต้องทำอะไรบ้างจึงจะทำให้เป้าหมายบรรลุผล เพื่อแตกกิจกรรมที่ต้องทำ และนำกิจกรรมเหล่านั้นมาคำนวณกลับเป็นงบประมาณการสื่อสารการตลาดที่ต้องใช้[/dropcap]

[two_third]

ทัศนะ

“คำถามที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่มักสงสัยก็คือ ควรแบ่งงบการตลาดไว้มากน้อยแค่ไหนดีถึงจะเข้าตำราประหยัดสุด ประโยชน์สูง ปกติแล้วดิฉันมักแนะนำว่าให้แบ่งทั้งงบประมาณ และเวลาให้กับการทำตลาด 20 เปอร์เซ็นต์ แต่บางคนให้คำแนะนำว่าหากกิจการเติบโตอย่างมั่นคงแล้วการลดความสำคัญกับการทำตลาดเป็นเรื่องที่ควรทำ ซึ่งดิฉันเองไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการสรรหาตลาดใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ไปพร้อมๆ กับการคงไว้ซึ่งฐานลูกค้าเดิมอยู่เสมอ ซึ่งหลักการทำตลาดนั้นต้องมีส่วนผสมหลายอย่าง ไม่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง”

“ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการสรรหาตลาดใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ไปพร้อมๆ กับการคงไว้ซึ่งฐานลูกค้าเดิม”

Laura Lake คอลัมนิสต์ และที่ปรึกษาด้านการตลาด ให้ความเห็นเกี่ยวกับการลงทุนกับกิจการในส่วนนี้ไว้อย่างเป็นเหตุเป็นผล ขณะที่ Peter Geisheker ผู้บริหาร The Geisheker Group แนะนำว่า ควรลงทุนกับการทำตลาดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะในช่วงปีแรก และจะได้ผลยิ่งขึ้นไปอีกหากรู้ว่ากลุ่มลูกค้าของธุรกิจคือ กลุ่มใด ซึ่ง David Scott เจ้าของผลงาน “The New Rules of Marketing and PR” เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว

“องค์กรใหญ่มักพูดถึงแต่สินค้า หรือบริการของตนเอง แต่สำหรับ SME แล้วการเริ่มต้นที่ลูกค้ามักได้ผลเสมอ สำหรับผมแล้วการลงทุนกับการอัพเดตเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ของบริษัทน่าสนใจกว่าการโฆษณาเป็นไหนๆ”

สำหรับเครื่องมือสื่อสารการตลาดนั้นแยกได้เป็น 4 กลุ่มหลักๆ คือ การโฆษณา การส่งเสริมการขาย การจัด Event Marketing และการประชาสัมพันธ์ ซึ่งสมัยก่อนอาจต้องใช้ต้นทุนสูง แต่ปัจจุบันสื่อออนไลน์สามารถช่วยให้ประหยัดงบการตลาดของ SME
แปล และเรียบเรียงจาก www.marketing.about.com และ www.marketeer.co.th
ที่มา www.smethailandclub.com

[/two_third]

[one_third_last]

TALK

“ผมว่างบเท่าไหร่ก็สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือต้องใช้งบนั้นๆอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เงินเพื่อการตลาดเยอะ ไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลตอบรับกลับมาเยอะเสมอไป การตลาดมีหลายๆรูปแบบ บางรูปแบบใช้เงินน้อย แต่ได้ผลเยอะก็มี ประเด็นสำคัญที่เราต้องรู้คือลูกค้าเราอยู่ตรงไหน เข้าถึงสื่อ/ข้อมูลอย่างไร เราก็พยายามไปอยู่ตรงนั้นให้ได้ เพื่อให้เค้าได้รู้จัก ได้เห็นเรา เช่น หากลูกค้าเราเป็นวัยรุ่น การทุ่มเงินไปซื้อ banner จากเว็ปกรุงเทพธุรกิจก็คงไม่มีประโยชน์เท่าไหร่นัก หรือกลับกันหากลูกค้าเราเป็นลูกค้าธุรกิจ แต่เราไปทุ่มเงินในเว็ปกระปุกดอทคอมก็คงไม่ได้ผลเช่นกัน” – ภีม เพชรเกตุ
[/one_third_last]

Leave a comment

View comments

Contact us

ขณะนี้เราไม่อยู่ครับ ท่านสามารถฝากข้อสงสัยไว้เพื่อให้เราติดต่อท่านได้โดยเร็ว

ไม่ว่าจะเป็นคำถาม หรือคำติชมใดๆ เราพร้อมจะรับฟังทั้งสิ้นครับ

Click ENTER to chat